เสน่ห์สีคราม

     เมื่อปีที่ผ่านมามีข่าวที่สะเทือนวงการแฟชั่น สะท้อนไปถึงวงการกีฬาฟุตบอลเมื่อ คิง เพาเวอร์ ได้ลุกขึ้นมาจับมือกับชาวบ้านกลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร  ครูช่างจากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ และทีมดีไซเนอร์มาเปิดตัวคอลเลกชันอินดิโก้ ซึ่งได้มีการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยมาต่อยอดผลิตเป็นเสื้อและของที่ระลึกสู่สากล โดยคอลเลคชั่นพิเศษนี้ทำจากผ้าย้อมคราม ผลิตจากภูมิปัญญาชาวบ้านกลุ่มผ้าย้อมครามบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร นำมาผสมผสานการออกแบบโดยดีไซเนอร์ชั้นนำและการตัดเย็บด้วยฝีมืออันประณีตจึงเกิดเป็นงานแฟชั่นยุคใหม่เผยแพร่ออกสู่สายตาชาวโลก ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจและถือเป็นเทรนด์แฟชั่นใหม่แห่งปีเลยทีเดียว

     สำหรับในวงการแฟชั่นไทยก็ได้มีการตื่นตัวเรื่องการนำผ้าคราม หรือผ้ามัดย้อมคราม ในสไตล์ชิโบริ มาตัดทำเสื้อผ้าสตรีในสไตล์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์กิโมโนของญี่ปุ่น  ทำเสื้อเชิร์ตใส่คู่กับยีนส์ตัวเก่ง หรือจะเป็นเดรสผ้าไหมย้อมครามตัวสวย ก็สามารถออกงานราตรีได้อย่างไม่น้อยหน้าใคร ถือเป็นการนำผ้าครามเข้าสู่ยุค 4G ได้อย่างเอิกเกริกสมเกียรติจริง ๆ 

     แต่กว่าจะมาเป็นผ้าครามสีสวยให้เราได้ชื่นชมในวันนี้ จะต้องผ่านกระบวนการอย่างไรกันบ้าง ตามมาดูกันได้เลยค่ะ การทำผ้าครามนั้นต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอนด้วยกัน นับตั้งแต่การไปเก็บใบครามสดจากต้นคราม มาใส่ถังหมัก แล้วเติมน้ำให้ท่วมใบครามแช่น้ำทิ้งไว้ 1 วันจากนั้นก็ทำการปรุงครามโดยการใส่ปูนแดง มะขามเปียก  กวนให้ได้เนื้อที่เข้มข้น จากนั้นกรองเอาน้ำออก เพื่อนำมาเลี้ยงครามต่อ แล้วเติมน้ำ กล้วยน้ำว้า เหล้าขาว หมักจนเกิดปฏิกิริยา ได้สีครามดิบ คือสีออกเหลืองพร้อมที่จะนำมาย้อมผ้า  

     เมื่อผ่านขั้นตอนการเลี้ยงครามเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมามัดผ้ากันที่เขาเรียกว่าผ้ามัดย้อมจะสมบูรณ์ได้ผ้าก็จะต้องผ่านกระบวนการมัดก่อนแล้วจึงนำมาย้อมนั่นเอง การมัดผ้านั้นมีหลากหลายรูปแบบและลวดลายให้เลือกมัดกัน ทั้งยากและง่าย ที่นิยมกันก็จะเป็นการมัดแบบชิโบริของญี่ปุ่นนั่นเอง 

     หลังจากที่ได้รู้จักกับกรรมวิธีการมัดและย้อมสีครามกันแล้วเราก็ควรจะทำความรู้จักครามกันสักพอสังเขปจะได้รู้ว่าผ้าสีสวยที่เรานำมาคลุมไหล่นำมาใช้ตัดเย็บเสื้อผ้า หรือนำมาใช้ประโยชน์อื่น ๆ กันอยู่นั้นทำมาจากพืชชนิดไหน เอาเป็นว่า เจ้าพืชที่มีนามว่าครามนั้น เป็นต้นไม้ใบสีเขียวลักษณะคล้ายต้นหมึกที่เราเคยเล่นเมื่อตอนเด็ก ๆ นั่นเอง ดอกช่อของครามนั้นไม่ได้เป็นสีฟ้าอย่างที่คิดกันนะคะ ดอกครามสีชมพูอมแดง ซึ่งหากเราเก็บมาผ่านกรรมวิธีสกัดและย้อมจะให้เฉดสีฟ้าอ่อนจนถึงน้ำเงินเข้มมากบนผ้า เสน่ห์แห่งสีของครามนั้นไม่ใช่ว่าคุณจะนำไปย้อมกับผ้าอะไรก็ได้นะคะ การย้อมผ้าครามให้ติดสีแลสวยงามนั้น จะต้องนำมาย้อมกับผ้าที่เป็นเส้นใยธรรมชาติ เช่น ไหม หรือครามเท่านั้น 

     ครามเป็นสีธรรมชาติหนึ่งในสีย้อมผ้าเก่าแก่ของโลก ซึ่งกล่าวกันว่ามีอดีตยาวนานมากว่า 6,000 ปี โดยถือว่าครามนี้เป็นราชาแห่งสีย้อมผ้าเลยทีเดียว ครามเป็นที่รู้จักตั้งแต่วัฒนธรรมโบราณในสมัยเมโสโปเตเมีย อียิปต์ กรีซ โรม แอฟริกา และเอเชีย  ที่สำคัญสมัยนั้นถือว่าครามเป็นของสูงหายาก คนที่สามารถใส่ผ้าครามได้นั้นต้องเป็นคนชั้นสูงหรือพระราชวงศ์เท่านั้น สำหรับบ้านเรานั้นปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ต้นครามโดยส่วนใหญ่จะปลูกได้ดีในแถบภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดสกลนคร

หุ่นแบบไหนก็ใส่ชุดว่ายน้ำได้สวย

      สิ่งลำบากยากใจสำหรับสาวอวบเกิ๊น และสาวแห้งไป๊ นั้นก็คือการเลือกชุดว่ายน้ำมาใส่ในคราวที่จำเป็นจะต้องไปลงสระหรือลงทะเล ในทริปท่องเที่ยว เชื่อว่าสาว ๆ ทุกคนอยากอวดชุดสวยด้วยความมั่นใจว่าใครได้เห็นร่างงามในชุดว่ายน้ำแล้วจะต้องร้องว้าว  หากแต่ส่วนใหญ่แล้วเราก็จะพบว่ามีเสียงร้องว้า มากกว่าร้องว้าว แล้วจะทำยังไงกันดีกับปัญหานี้   

      เอาจริง ๆ แล้วเรื่องการเลือกชุดว่ายน้ำนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเลยเนื่องจากแฟชั่นนิสต้าและดีไซเนอร์ในยุคปัจจุบัน ได้เห็นความจำเป็นและรู้ซึ้งถึงความ ต้องการของสาวที่มีหุ่นใหญ่ และหุ่นเล็กเกินไปจึงได้ออกแบบชุดว่ายน้ำที่ใส่อย่างไรก็ดูดีไม่มีที่ติสำหรับสาว ๆ เพื่อที่จะได้มั่นใจทุกครั้งที่จะก้าวลงสระ หรือไปเดินเตะขาสวย ๆ บนพื้นทรายชายทะเล

      เรามาเริ่มกันที่โจทย์ของสาวกุ้งแห้งตัวบางร่างเล็กดูเป็นเด็กน้อยที่ขาดอาหารกันก่อนนะคะ ก่อนอื่นคุณต้องมีความมั่นใจอย่าให้ใครมาดูถูกว่าคุณนั้นเป็นเยาวชนควรเอาชุดว่ายน้ำเด็กมาใส่เด็ดขาด สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือการเลือกชุดว่ายน้ำที่มีการเสริมฟองน้ำเล็กน้อยให้ดูมีทรงเป็นธรรมชาติคือเรื่องจำเป็นสำหรับคุณ และคุณควรเลือกชุดคอวี มีสายคล้องคอ หรือชุดที่คอเว้า วงแขนกว้าง เผยให้เห็นความเซ็กซี่นิด ๆ ให้ดูเป็นสาวหวานที่สำคัญคุณไม่ควรจะเลือกชุดว่ายน้ำที่มีลายดอกใหญ่ ๆ หรือลายขวาง และกางเกงขาสั้น เพราะมันจะเน้นจุดบกพร่องบนร่างกายของคุณให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และไม่ควรจะเพิ่มความเพรียวยาวด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น ไม่ควรโชว์เพราะเราไม่ค่อยมีอะไรให้โชว์อยู่แล้ว แต่คุณควรที่จะเลือกชุดทูพืซที่มีท่อนบนยาวลงมาคลุมเอว ส่วนท่อนร่างเป็น ไฮคัทมากกว่า

      โจทย์ต่อมาสาวหุ่นไม้บรรทัด เรียกว่าเป็นสไตล์สปอร์ตเกิร์ล รูปร่างสูงใหญ่ไม่ค่อยมีทรวดทรงองค์เอวกับเค้า  อย่ามั่นใจว่าเมื่อคุณเป็นสาวหุ่นนักกีฬาแล้วชุดว่ายน้ำสำหรับสปอร์ตเกิร์ลจะทำให้คุณดูดี ส่วนใหญ่แล้วชุดแบบนั้นจะยิ่งทำให้คุณดูเทอะทะยิ่งขึ้น คุณควรจะเลือกใส่ทูพืซโชว์ไหล่สวย เลือกแบบที่มีสายคล้องไหล่ หุ่นสปอร์ตทำให้คุณดูดีได้ในทุกสี ทั้งสีเข้ม สีสดใส ลวดลายกราฟิกจะเหมาะกับคุณมาก  หรืออีกทีควรเลือกบิกินีคาดอก ผูกคอประดับโบว์หรือระบาย จะเปลี่ยนลุคให้คุณดูเป็นสาวหวาน แต่คุณไม่ควรจะเลือกใช้ชุดวันพีซแบบ Low Cut เพราะจะยิ่งทำให้คุณดูเป็นทอมไปซะอย่างนั้น

      สุดท้าย ท้ายสุดสำหรับสาวหุ่นอวบที่ขาดความมั่นใจในการหยิบชุดว่ายน้ำมาใส่หุ่นของสาวอวบนั้นก็มีหลายแบบด้วยกันไม่ใช่ว่าอ้วนแล้วจะเหมือนกันไปหมด  หากคุณมีช่วงบนที่ใหญ่กว่าช่วงล่างมีไหล่และแผ่นหลังที่กว้าง หน้าอกอวบอิ่ม มีช่วงอกที่ใหญ่กว่าช่วงสะโพก เอวไม่คอดมาก ช่วงขาค่อนข้างเรียว ขอแนะนำให้คุณเลือกชุดว่ายน้ำแบบเรียบ ๆ ไม่หวือหวา สีพื้น ๆไม่ฉูดฉาด หรือตัดใจหยิบชุดว่ายน้ำสีเข้ม ประเภท ดำ น้ำเงิน น้ำตาล แดงเข้ม เขียวเข้มไปเลยค่ะ สำหรับท่อนล่างนั้นควรจะเป็นแบบเอวต่ำ มีระบาย หรือเป็นชุดว่ายแบบที่สามารถผูกข้าง มันจะเป็นจุดนำสายตาที่ทำให้คุณดูมีสะโพกขึ้นมา  หรือจะเลือกหยิบชุดว่ายน้ำวันพีซที่เว้าเห็นเนื้อด้านข้าว จะช่วยให้สาวอวบอย่างคุณดูมีเอวและมีสะโพกขึ้นมาได้ แต่คุณต้องจำเอาไว้ว่าคุณควรหลีกเลี่ยงชุดที่มีลวดลายข้างบน แต่ข้างล่างเรียบ ควรใช้แบบข้างบนเรียบข้างล่างมีลวดลายจะเหมาะกว่านะคะ

*** รูปภาพใช้เพื่อเป็นแนวทางในการหาภาพประกอบทำอาร์ตเวิร์กนะคะ

 

 

Black & White

      เชื่อว่าในตู้เสื้อผ้าของคุณสาว ๆ ต้องมีเสื้อกันตายแบบเบสิค เอาไว้ใส่ในวันที่นึกอะไรไม่ออก แต่พอหยิบมาใส่ปุ๊บก็ดูดีได้ปั๊บทันใจกันไปเลยทีเดียว เสื้อผ้าที่ว่านั้นก็คือ กางเกงดำ  กางเกงขาว เสื้อขาว เสื้อดำ เสื้อลายทางขาวดำ แจ๊คเก็ตขาว แจ๊คเก็ตดำ นับว่าเป็นเซ็ตเสื้อผ้าคุมโทน โทนขาวดำนี้เป็นหนึ่งในเสื้อผ้าที่หลากหลายในทุกสไตล์ของผู้สวมใส่ การที่คุณจะหยิบเสื้อผ้ามาใส่ได้ด้วยความมั่นใจ ในวันที่ไม่มีอารมณ์จะแต่งตัว หากแต่เรารู้ว่าเสื้อผ้าถือเป็นอีกหนึ่งในสีสันของชีวิตที่เป็นเรื่องสนุกสนาน และโลกของแฟชั่นก็เป็นโลกใบที่ท้าทายให้เราวิ่งตาม เชื่อไหมว่าคุณวิ่งเข้าไปเถอะ ไม่มีทางทันหรอก ทางที่ดีเรามาสร้างเทรนด์ของตัวเองดีกว่า แฟชั่นจะไปทางไหนช่างเขา 

      เทรนด์มั่นใจง่าย ๆ ที่จะแนะนำก็คือ เสื้อยืดลายขวางขาวดำ หยิบมาใส่เมื่อไหร่คุณจะดูชิคขึ้นมาเมื่อนั้น ไม่ว่าจะใส่กับกางเกงบลูยีนส์ หรือยืนส์สีดำ  ซึ่งสามารถสร้างบุคลิกพิเศษให้กับหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างสวยงาม เสื้อยืดลายขวางนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในความนิยม โดยเฉพาะแฟชั่นลายขวางสีขาวดำ รูปแบบของเสื้อยืดที่สวมใส่แบบสบาย ๆ เหมาะสำหรับวันว่าง พักผ่อนง่าย ๆ หากแต่ผู้สวมใส่ยังดูดี มีทั้งแบบคอกลม คอแหลม แขนสั้น และแขนยาว ใส่กับกางเกงยินส์ก็ดูทะมัดทะแมง เพิ่มเข็มขัด หมวก และเสื้อคลุมเบาเบา แค่นี้ก็ไปไหนไปกันได้แล้ว

      แล้วถ้าเสื้อลายขวางเป็นแขนยาวล่ะ นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีงามของสาวชิค โดยเฉพาะในโทนขาวสลับดำ จะเป็นเสื้อยืดหรือเสื้อผ้าคอตตอนก็จะดูดีมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อรัดรูปก็ช่วยให้ดูกระชับสัดส่วนพอดิบพอดี  การนุ่งกางเกงยีนส์นั้นขอบอกว่าเป็นตัวช่วยเสริมเสน่ห์ สร้างความเท่และเก๋ได้อีกมากมาย หรือคุณสาว ๆ ชอบความสบายตัวจะเลือกหยิบเลคกิ้งดำมาสวมในวันสบายก็เข้ากัน 

      เสื้อโปโลลายขวางขาวดำเป็นเสื้อทรงสปอร์ตที่ดูดี มีความอมตะไม่เคยตกยุคล้าสมัย หยิบมาใส่เมื่อไหร่คุณก็จะกลายเป็นสาวเท่ไปเมื่อนั้น สามารถใส่ไปเดินเล่น ไปเที่ยวชายทะเล กับหมวกสวย ๆ สักใบ ช่วยปรับลุคให้ดูเป็นสาวนักผจญภัยในวันหยุด หากแต่ความเป็นคอปกของโปโลก็สามารถปรับให้ดูเป็นสาวมั่นได้หากนำมาใส่กับกางเกงสแลคทรงสุภาพในการออกไปทำงานนอกสถานที่

      เสื้อลายขาวดำแขนกุดสุดเซ็กซี่ หากช่างตัดเสื้อนำผ้าลายขวางมาวางลายเป็นลายทะแยงแล้วนำมาตัดเสื้อสวยแขนกุดให้คุณใส่คุณจะกลายเป็นสาวเซ็กซี่สุดแนว ปัจจุบันเป็นแฟชั่นยอดนิยมกำลังมาเลยนะคะ ทั้งวัยรุ่นและสาววัยทำงานต่างก็จะต้องมีไอเท็มนี้ติดตู้เสื้อผ้าไว้  เลือกใส่กับกางเกงหรือกระโปรงก็จะได้บุคลิกที่แตกต่างกันไป เช่น ใส่กับยีนส์ก็จะเสริมความเท่ หากอยากเป็นสาวหวานกระโปรงสีขาวบานพลิ้วจะช่วยให้คุณกลายเป็นสาวหวานละมุนตา หรืออาจจะใช้ผ้าลายเดียวกันมาตัดกระโปรงตัวเก่งใส่เข้าชุดกันก็สวยไปอีกแบบ หรืออยากลดวัยก็หากางเกงขาสั้นสีขาวมาใส่ รับรองว่าคุณจะดูวัยรุ่นขึ้นทันตาเห็นเลยทีเดียว

      หากคุณอยากจะได้มากกว่าเสื้อแขนกุด เอาเป็นเสื้อสายสปาเก็ตตี้ลายขวางขาวดำเลยดีไหม ทั้งเก๋และเซ็กซี่แบบเอาใจไปเลย เหมาะสำหรับคุณที่อยากอวดผิวผ่องให้แดดลมได้โลมเลีย สำหรับเสื้อสายเดี่ยวนี้ก็เป็นที่นิยมสำหรับสาวๆ ที่จะใส่เป็นเสื้อตัวเดียว หรือจะใส่เสื้อสวย ๆ ทับอีกสักตัว เพิ่มเลคกิ้ง หรือกางเกงยีนส์สวย ๆ เข้าไปตามโอกาสก็จะสร้างบุคลิกใหม่ให้กับคุณคนเดิมได้แล้ว

      เดรสลายขวางขาวดำเป็นหนึ่งในชุดสุดกรี๊ดของสาวๆ เนื่องจากหยิบมาใส่เดี่ยวก็ดูเป็นสาวเซอร์ หากใส่ผ้าใบขาวกับหมวกอีกใบใครชวนไปเที่ยวไหนไปได้เลยนะ หรือจะเลือกเป็นเกาะอกกระโปรงยาวก็ดูดีเหมาะสำหรับโอกาสพิเศษ สามารถใส่ไปดินเนอร์สุดพิเศษสร้างความประทับใจให้คู่เดทของคุณอย่างแน่นอน หรืออยากจะใส่วันสบายก็เลือกเป็นเดรสลายขวางขาวดำแขนสั้นเหมาะสำหรับไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ ในวันว่าง  ทั้งหมดนี้ถือเป็นเทรนด์และสไตล์ที่ทำให้คุณได้ดูดีแบบไม่ยากเลย นะคะ

*** รูปภาพใช้เพื่อเป็นแนวทางในการหาภาพประกอบทำอาร์ตเวิร์กนะคะ

Polka Dots Style

      ลาย Polka Dot หรือลายจุด นี้ อยู่คู่กับโลกแห่งแฟชั่นมาอย่างยาวนาน นับร้อยปี เอาจริงความจุดของลายจุด นี้มีความโดดเด่น  ในการเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับคุณสาว สาวได้เป็นอย่างดี แล้วแต่คุณจะหยิบมาใช้ให้เหมาะ ไม่ว่าจะเป็นลายจุดเล็กหรือใหญ่ แต่ต้องเลือกความจุดให้คลาสิก มิฉะนั้นคุณจะกลายเป็นโบโซ่หรือตัวการ์ตูนไปได้     ดังนั้นการที่คุณจะเลือกหยิบเสื้อผ้าลายจุดมาใส่นั้นคือส่วนสำคัญ โดยส่วนใหญ่แล้วถ้าแต่งตัวแบบสาวญี่ปุ่น ก็มักจะเลือกลายจุด ขาวดำ หรือจับคู่สีที่ไม่ฉูดฉาด ให้ลายจุดบนเสื้อผ้าดูไม่สะดุดตานัก และนำมาใส่กับเสื้อผ้าสีพื้น  และหากอยากเพิ่มกิมมิคเล็กน้อย ให้เลือกเสื้อผ้าสีพื้นที่สดใสขึ้น และหากว่าคุณ คิดจะแต่งตัวให้สวยเฉิดฉายด้วยเสื้อผ้าลายจุดแล้วล่ะก็  กูรูมีข้อแนะนำให้คุณเลือก แค่ผ้าลายจุดส่วนเดียว ไม่ว่าจะเป็นจุดจากลายเสื้อ กระโปรงหรือกางเกงก็ว่ากันไป แต่อย่าใส่ลายจุดทั้งท่อนบน ท่อนล่างเด็ดขาด ชอบอกว่าเคล็ดลับของการใส่เสื้อผ้าลายจุดให้ดูสวยนั้น  ควรนำมาใส่คู่กับเสื้อผ้าสีพื้น เพราะจะทำให้ไม่ลายตาจนเกินไป แถมยังช่วยทำให้สไตล์ลายจุดบนตัวเราดูโดดเด่นยิ่งขึ้นอีกด้วย

      อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเสื้อผ้าลายจุดเป็นหนึ่งเสื้อผ้าที่สาว สาว ไม่ควรจะพลาดที่จะมีติดตู้เอาไว้ เมื่อคิดอะไรไม่ออกเบื่อลายดอกเซ็งลายทาง ลายจุดจะมาตอบโจทย์ความงามของคุณในทันที เพราะเจ้าลายจุดนี่เป็นลายที่ทำให้ผู้สวมใส่ คลาสสิก และมีความน่ารักไปพร้อมๆกันในคราวเดียว มันเน้นความน่ารักนะ หาวันไหนคุณต้องการมีลุคที่เป็นprofessional ไม่แนะนำให้ใส่ลายจุดนะจ๊ะ แต่ยังไงก็คิดว่าของมันต้องมี ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนเสื้อผ้าลายจุดก็มักจะตอบโจทย์ได้หลากหลายความต้องการ  ลองมาดูความจุดในแบบต่าง ๆ ที่แฟชั่นนิสต้าเค้ากำหนดเอาไว้กันบ้างนะคะ นี่คือเทรนด์แฟชั่น เข้ากันกับลายจุด เมื่อคุณได้สัมผัสกับความจุดแล้วคุณจะมองลายนี้ต่างไปจากเดิม อย่างแน่นอน 

      การเลือกไอเทมลายจุดมาแต่งตัวนั้นคุณสาว ๆ ทำได้หลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าลายจุดแบบซีทรูที่ทำให้คุณดูสวยเซ็กซี่แบบมีสไตล์ ไม่ว่าจะทำเป็นเสื้อคลุมซีทรูลายจุดตัวยาว ซ่อนชุดลูกไม้แนบเนื้อไว้ข้างใน หรือจะเป็นเดรสสวย ๆ ลายจุดบนผ้าบางเบาให้ได้เห็นความงามของผิวเนียนอย่างวับแวม  หรือหากว่าคุณเป็นสาวหวานการเลือกผ้าลายจุดมาใส่เสริมความหวานขึ้นไปอีกขอแนะนำให้เลือกผ้าลายจุดที่มีโทนสีอ่อน พาสเทลอะไรงี้ เช่นสีฟ้าหวาน ๆ โดยมีพื้นสีของผ้าเป็นสีเดียวกันแต่ต่างโทนเข้มอ่อน หรือจะใช้คู่สีหวาน ชมพู ฟ้า , เหลือง ม่วง นำมาตัดเป็นเดรสน่ารัก ก็จะเพิ่มเสน่ห์ให้กับความหวานแบบจุด จุดของคุณไม่น้อยเลยทีเดียว 

      แล้วถ้าเชิ๊ตลายจุดสำหรับสาวมาดทอมล่ะ  ก็ต้องนำมาจับคู่กับกางเกงยีนส์ตัวสวย หรือนำมาเป็นผ้าผูกคอเท่ ๆ  ลวดลายและสีสันของผ้าลายจุด ที่คุณเลือกมาจะทำให้คุณดูดีมีสไตล์ ขึ้นมาทันที การเลือกไอเทมลายจุดมาแต่งนี้จะทำให้คุณค้นพบอะไรใหม่ ๆ ในตัวคุณก็ได้ เช่นความสนุกในการแต่งตัวแบบจับคู่สีให้น่าสนใจ และถ้าคุณชอบแบบสตรีทสไตล์ล่ะ เราก็ขอให้คุณไปหยิบยีนส์ขาดตัวเก่งออกมาจากตู้เลย แล้วไปหาเสื้อทีเชิ๊ตลายจุดมาจัดคู่เก๋ ๆ แล้วใส่หมวกสวย ถุงเท้าลายจุดที่เข้ากับเสื้อ และรองเท้าสีพื้นสด ๆ ที่ดึงสายตาทุกคู่ให้มาสัมผัสลายจุดที่มีอยู่ตรงนั้น ตรงนี้บนตัวคุณอย่างมีศิลปะ

*** รูปภาพใช้เพื่อเป็นแนวทางในการหาภาพประกอบทำอาร์ตเวิร์กนะคะ

 

หมูผัดขิง

     หนึ่งในเมนูอร่อยง่ายได้สุขภาพ ที่เรามักจะสั่งกันเสมอเมื่อไปรับประทานอาหารที่ร้านข้าวต้ม ก็น่าจะหนีไม่พ้น เมนูหมูผัดขิง ซึ่งเป็นเมนูอร่อยดีมีประโยชน์ รับประทานกับข้าวต้มร้อน ๆ  เข้ากันเป็นที่สุด เครื่องเคราของเมนูนี้มีแต่ของดีมีประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูติดมัน ขิงแก่ซอย เห็ดหอม บางท่านชอบใช้เห็ดหูหนู แต่ผู้เขียนเองรู้สึกว่า ใช้เห็ดหอมสดผัดจะได้รสชาติอร่อย และมีคุณค่าทางอาหารมากกว่า (อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะคะ บางท่านอาจจะเห็นต่างก็เป็นได้) นอกจากนั้นแล้วยังมีพริกเหลืองให้รสชาติและความหอม โรยด้วยต้นหอมกับต้นคื่นช่าย นำมาผัดเข้าด้วยกัน ก็จะได้เมนูอร่อยที่เราสามารถทำรับประทานเองก็ได้ที่บ้านแบบง่ายจริง ๆ เลย อารัมภบทมาเสียยาวยืด เรามาลงมือเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงกันนะคะ

     วัตถุดิบ

                           เนื้อหมูส่วนที่เรียกว่าชายสันหั่น                                 ½             กก.

                           ขิงซอย                                                                   1              ขีด

                           เห็ดหอมสด                                                             2              ขีด

                           พริกเหลืองหั่น                                                         3              เม็ด

                           ต้นหอมหั่นยาว                                                        3              ต้น

                           ต้นคื่นช่ายหั่นยาว                                                    2              ต้น

                           หัวหอมใหญ่หั่น                                                       1              หัว

                           กระเทียมสับ                                                          10              กลีบ

 

 เครื่องปรุง

                           น้ำปลาดี                                                                 1               ช้อนโต๊ะ

                           พริกไทยป่น                                                           ½               ช้อนโต๊ะ

                           เหล้าจีน                                                                 2                ช้อนโต๊ะ

                           ซีอิ๊วขาว                                                                 2                ช้อนโต๊ะ

                           เต้าเจี้ยว                                                                 1                ช้อนโต๊ะ

                           น้ำมันพืชหรือน้ำมันหมูสำหรับผัด                              4                 ช้อนโต๊ะ

 

     เมื่อเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงกันเรียบร้อยแล้ว เรามาลงมือผัดกันเลยนะคะ  ขั้นแรกเราก็จะติดไฟตั้งกระทะพอร้อนใส่น้ำมันลงไปตามด้วยกระเทียมสับผัดพอหอม ใส่หอมใหญ่ตามลงไปค่ะตรงนี้มีเคล็ดลับให้ใส่ซีอิ๊วขาวหรือซอสปรุงรสยี่ห้อยอดนิยมลงไปสักสองเหยาะจะช่วยดึงกลิ่นของหอมใหญ่กับกระเทียมให้หอมฟุ้ง  ผัดพอหัวหอมสุกใสแล้วใส่เนื้อหมูลงไปตามด้วยเครื่องปรุงรสนะคะ น้ำปลาดี ซีอิ๊วขาว เหล้าจีน พริกไทยป่น เต้าเจี้ยว ผัดให้เข้ากันปรุงรสให้เข้มนิดนึงนะคะ เพราะเดี๋ยวเราจะใส่เห็ดหอมสด ซึ่งจะดูดรสของเครื่องปรุงเข้าไปในเนื้อเห็ดค่ะ 

     หลังจากที่เราใส่เครื่องปรุงเรียบร้อยแล้ว เราก็จะผัดจนหมูสุกนะคะ  พอหมูสุกแล้วทีนี้เราก็ลำเลียงวัตถุดิบที่เหลือใส่ตามลำดับดังนี้ค่ะ อันดับแรกเลยคือเราต้องใส่ขิงลงไปก่อนนะคะ เพราะเราต้องการให้ขิงออกรสในผัดจานนี้ ใส่ขิงลงไปแล้วผัด จากนั้นเอาฝามาปิดกระทะอบไว้ประมาณ  2 นาที เพื่อให้น้ำมันของขิงออกมาแทรกซึมในเนื้อหมูและน้ำผัด จากนั้นเราเปิดฝาออกใส่เห็ดหอมสดลงไป ผัดจนเห็ดสุก แล้วจึงใส่พริกเหลืองหั่นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากันชิมรสจนถูกใจแล้วเราจึงใส่ต้นหอมและต้นคื่นช่ายหั่นลงไป ผัดเคล้าเบา ๆ สักสองสามทีแล้วตักใส่จานเสิร์ฟ กับข้าวต้มร้อน ๆ หรือข้าวสวยหอมๆ หุงสุกใหม่ ๆ ก็อร่อยค่ะ

     เคล็ดลับคู่เมนูอร่อย

     ขิง สมุนไพรให้ฤทธิ์ร้อน อันเป็นวัตถุดิบหลักในเมนูหมูผัดขิงของเรา ซึ่งกล่าวกันว่า ขิงเป็นสมุนไพรที่มีความโดดเด่นในเรื่องของรสชาติและกลิ่นเป็นอย่างมาก และมีคุณประโยชน์มากมายทั้งสรรพคุณทางยา และอาหาร  ถ้าจะพูดถึงเรื่องคุณค่าทางโภชนาการของขิงนั้นมีรายงานออกมาว่า ขิง 100 กรัม นั้นมีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้ พลังงาน 25 กิโลแคลอรี โปรตีน 0.4 กรัม คาร์โบไฮเดรท 4.4 กรัม ไขมัน 0.6 กรัม ไฟเบอร์ 0.8 กรัม เหล็ก 1.2  มิลลิกรัม แคลเซียม 18 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 22 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 10ไมโครกรัม วิตะมินซี 1 มิลลิกรัม ไธอะมีน 0.02 มิลลิกรัม ไนอะซีน 1 มิลลิกรัม ไลโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม และมีต่อท้ายถึงข้อบ่งชี้ในการบริโภคขิงว่า ไม่ควรรับประทานขิงเกิน 4 กรัมต่อวัน เองจากอาจจะทำให้เกิดกรดไหลย้อนและรบกวนยาต้านการแข็งตัวของโลหิตได้ 

     สำหรับขิงนั้นไม่เป็นเพียงแต่จะมีประโยชน์เฉพาะทางด้านการประกอบอาหาร หรือทำให้รสชาติของอาหารดีขึ้น หากแต่ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ ที่ดีต่อร่างกายมนุษย์อีกหลายด้าน อาทิเช่น แก้อาการวิงเวียนเนื่องจากการเมารถเมาเรือ   , แก้ปัญหาผมขาดร่วง , ช่วยลดอาการท้องอืด ,บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน , บรรเทาอาการปวดศีรษะเนื่องจากไมเกรน ,ลดน้ำตาลในโลหิต ,ดับกลิ่นในช่องปาก กล่าวได้ว่าขิงเป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์และเราสามารถเลือกนำขิงมาประกอบอาหารหรือใช้เป็นยาสมุนไพรได้อย่างเป็นประโยชน์จริง ๆ

เส้นใหญ่เย็นตาโฟ

     เย็นตาโฟ จัดอยู่ในหมวดก๋วยเตี๋ยว ที่มีเครื่องเครามากมายเยอะแยะ และมีน้ำซอสสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์   เป็นเมนูเส้นที่มีรสชาติจัดจ้าน เอร็ดอร่อยด้วยความหลากหลายของเครื่องเครา ทั้งเครื่องสด อย่างเช่นกุ้งสด ปลาหมึกสด เลือดหมู เครื่องสำเร็จ อย่างเช่น ลูกชิ้นปลาทอด ลูกชิ้นกุ้ง เกี๊ยวปลา เต้าหู้ทอด ปลาหมึกแช่ เป็นต้น ที่สำคัญและขาดไม่ได้อีกสิ่งสำหรับเย็นตาโฟนั้นก็คือ ผักบุ้งไทยต้นใหญ่ ๆ ขาว ๆ อวบๆ  ลวกพอสุกอยู่ในน้ำเย็นตาโฟช่วยดึงรสชาติให้สะใจขึ้นได้อีกเยอะเลยค่ะ สำหรับเส้นที่นิยมทำเย็นตาโฟกัน อันดับหนึ่ง นั้นน่าจะเป็นเส้นใหญ่ รองลงมาเป็นเส้นปลา และบะหมี่เย็นตาโฟเป็นอันดับที่สาม เรามาลองทำเย็นตาโฟเป็นเมนูวันหยุดที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งครอบครัวกันดีไหมคะ ถ้าคุณตอบว่าดี มาเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงกันเลยค่ะ

     วัตถุดิบเส้นใหญ่เย็นตาโฟ

                     เส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่                                                       1             กิโลกรัม

                     ผักบุ้งไทย                                                                       1              กำใหญ่

                     ลูกชิ้นกุ้ง                                                                     200              กรัม

                     ลูกชิ้นปลา                                                                   200              กรัม

                     เต้าหู้ปลา                                                                    200              กรัม

                     กุ้งสดนำมาปอกเปลือกผ่าหลังลวก                                 300              กรัม

                     เลือดหมู หั่นพอคำ                                                            1              ก้อน

                     ปลาหมึกแช่นำมาหั่นเป็นชิ้น                                               2              ตัว

                     กระเทียมสับ                                                                     1              ขีด

                     น้ำมันสำหรับเจียวกระเทียม                                                4              ช้อนโต๊ะ

                     กระดูกเล้ง                                                                        1              กิโลกรัม

                     น้ำเปล่า                                                                            2              ลิตร

                     รากผักชี                                                                           5              ราก

                     กระเทียมกลีบ                                                                 10              กลีบ

                     พริกไทยเม็ด                                                                   20              เม็ด

                     เกลือป่น                                                                           1              ช้อนโต๊ะ

                     น้ำตาลกรวด                                                                    50              กรัม

                     ไช้เท้าหั่นแว่น                                                                   1               หัว

     เครื่องปรุงรสเส้นใหญ่เย็นตาโฟ

                      ซอสเย็นตาโฟ                                                                  1               ขวด

                      พริกจินดาสีแดงโขลกละเอียด                                          50               กรัม

                      น้ำส้มสายชู                                                                                       ครึ่งถ้วย

     การทำเย็นตาโฟนี้แม้จะดูเครื่องเยอะแต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดนะคะ  เริ่มลงมือทำสิ่งแรกเราต้องต้มน้ำซุปก่อนค่ะ น้ำกระดูกเล้งมาล้างให้สะอาดใส่หม้อน้ำซุป ใส่เกลือป่น ไป 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายกรวด รากผักชี กระเทียมทั้งกลีบ พริกไทยเม็ดลงไปใส่หัวไชเท้าหั่นลงไปพร้อมกันแล้วเติมน้ำ 2 ลิตร ตั้งไฟกลางเคี่ยวไว้หมั่นช้อนฟองออกนะคะ อีกเตานึงเราตั้งหม้อน้ำลวก เส้นค่ะ พวกลูกชิ้น ปลาหมึกแช่ เลือดหมู นำมาลวกให้เรียบร้อย นำกระเทียมมาเจียวให้เหลืองหอมเตรียมเอาไว้ เมื่อน้ำซุปเดือด และน้ำสำหรับลวกเส้นเดือด เราก็เริ่มลงมือทำเย็นตาโฟกันได้เลยค่ะ เริ่มจากลวกผักบุ้งกับเส้นใหญ่ใส่ถ้วย ใส่กระเทียมเจียวลงไปคลุกเคล้ากับเส้น แล้วใส่เครื่องพวกลูกชิ้น กุ้งลวก เต้าหู้ปลา ปลาหมึกแช่ลงไป ราดด้วยซอสเย็นตาโฟ แล้วตักน้ำซุปเดือด ๆ ใส่ลงไป ปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชูผสมพริกตำ แค่นี้คุณก็จะได้อร่อยกับเย็นตาโฟรสเด็ดฝีมือตัวเองแล้วค่ะ หรือถ้าคนที่บ้านติดใจ ก็ลองเรียกคนแถวบ้านมาชิม คุณอาจจะได้เป็นแม่ค้าเย็นตาโฟเจ้าใหม่ประจำหมู่บ้านสร้างรายได้ให้ครอบครัวอีกต่างหากนะคะ

 

     ความรู้คู่เมนูอร่อย

     ซอสเย็นตาโฟที่วางขายกันสีแดงแปร๊ดอยู่ตามตลาดสดนั้นคุณรู้ไหมว่าเขาใส่อะไรกันบ้าง แล้วถ้าเกิดคุณสามารถทำซอสเย็นตาโฟได้ด้วยตัวเองล่ะ จะดีแค่ไหน ถามใจคุณดู เรามาลองทำซอสเย็นตาโฟสูตรอร่อย เพื่อเอาไว้ปรุงเมนูเย็นตาโฟสูตรประจำครอบครัวกันดีไหมคะ เตรียมเครื่องเครากันให้พร้อมเลยค่ะ ไม่มีอะไรที่จะเป็นไปไม่ได้ถ้าเราอยากทำซะอย่างนะคะ สิ่งที่ต้องเตรียมไม่มีอะไรมากค่ะ มีแค่ ซอสมะเขือเทศ 200 กรัม  ซอสพริกศรีราชาสีเหลือง 100 กรัม   ซอสพริกศรีราชาสีแดง 100 กรัม (ซอสนี้มีขายที่แมคโครนะคะ) เต้าหู้ยี้สีแดง 6 ก้อน   ซอสหอยนางรม 100 กรัม น้ำตาลทราย 80 กรัม   ซีอิ้วขาว  3 ช้อนโต๊ะ หรือ เกลือป่น 1 ช้อนชา พริกขี้หนูจินดาสีแดง  30 เม็ด เมื่อไปจ่ายของได้วัตถุดิบมาครบแล้ว เรามาแปรรูปให้เป็นซอสแดงเย็นตาโฟกันดีกว่าค่ะ ไม่มีอะไรมากแค่นำเอาของทั้งหมดมาเทลงหม้อตั้งไฟ เคี่ยวจนเดือด ชิมรสให้เปรี้ยวนำ หวานและตามด้วยรสเค็ม เพียงแค่นี้ คุณก็จะได้ซอสเย็นตาโฟไว้ทำรับประทาน เป็นที่เชิดหน้าชูตาว่าเป็นสูตรเด็ดประจำตระกูลได้แล้วค่ะ  สำหรับสูตรนี้ หากปรุงดีๆ เพียงแค่ใส่ซอสเย็นตาโฟรสเจ็บไปแค่สองช้อน เย็นตาโฟของคุณจะเป็นเย็นตาโฟรสเด็ดแบบผู้รับประทานควรชิมก่อนปรุงได้เลยค่ะ

วาฟเฟิลชะอมไข่

     จากเมนูชะอมชุบไข่ทอดที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ๆ  วันนี้เรามาแปลงร่างเป็นวาฟเฟิลชะอมกันนะคะ ทำง่าย ๆ เพียงแค่เรามีเครื่องทำขนมวาฟเฟิลอยู่ที่บ้านเท่านั้น รับรองเลยว่าจะไม่มีใครเบือนหน้าหนีเมนูที่แสนน่ารักน่าอร่อยเมนูนี้อย่างแน่นอน  เคล็ดลับมีอยู่แค่ว่าคุณจะต้องใช้ไข่เป็ดเท่านั้นในการทำวาฟเฟิลชะอม เพราะไข่เป็ดจะให้โครงสร้างวาฟเฟิลที่แข็งแรงกรอบนอกนุ่มใน อร่อย และทำให้วาฟเฟิลออกมามีสีสันสวยงามอีกด้วย และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับวาฟเฟิลชะอม นั่นคือ ดิปปิ้งเป็นน้ำพริกกะปิอร่อย ๆ สักถ้วย พิมพ์ไปน้ำลายไหลไป เรามาลงมือเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงรส เมนูนี้กันดีกว่านะคะ

     วัตถุดิบ

                                    ชะอมสดรูดแล้วนำมาซอยให้สั้น                             2       กำ

                                    ไข่เป็ด                                                                 3       ฟอง

     เครื่องปรุงรส

                                     น้ำปลาดี                                                            ½       ช้อนโต๊ะ

                                     น้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู สำหรับทาพิมพ์                   1       ช้อนโต๊ะ

     เครื่องน้ำพริกกะปิ

                                     กะปิดี                                                                  2      ช้อนโต๊ะ

                                     น้ำตาลปี๊บ                                                          ½       ช้อนโต๊ะ

                                     พริกขี้หนูสวน                                                     20       เม็ด

                                     มะเขือพวงตามชอบ

                                     เกลือ                                                                 ½        ช้อนชา

                                     กระเทียมไทย                                                    10        กลีบ

                                     มะนาว                                                                2        ผล

                                     น้ำปลาดี                                                             1        ช้อนโต๊ะ

     เมื่อเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสกันเรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มที่ชะอมกันก่อนนะคะ ในยุคปัจจุบันนี้เชื่อว่าคุณผู้อ่านบางท่านจะไม่เคยรูดชะอมกัน แถมชะอมที่มีอยู่ในเมนูชะอมชุบไข่ที่เห็นขายกันตามตลาดนั้นก็แลดูประปรายเหมือนไม่เต็มใจใส่กันยังไงไม่ทราบ แต่ที่เราจะทำกันนี้จะมีมวลชะอมหนาแน่นจนคุณรู้สึกได้เลยทีเดียวค่ะ วิธีการรูดชะอมนั้นให้รูดย้อนหนามขึ้นไปแล้วเราจะไม่โดนหนามชะอมตำค่ะ เมื่อรูดเสร็จแล้วน้ำชะอมมาล้างน้ำแล้วน้ำมาวางบนเขียงใช้มีดซอยให้สั้น ๆ นะคะ จากนั้นก็นำมาผสมกับไข่เป็ดใส่น้ำปลาดีตีให้เข้ากัน แล้วก็เตรียมเสียบปลั๊กเครื่องทำวาฟเฟิลทาด้วยน้ำมันที่เตรียมไว้ได้เลยค่ะ เมื่อเครื่องร้อนแล้วเราก็เอาไข่กับชะอมที่ผสมไว้ใส่ลงในพิมพ์ แล้วปิดพิมพ์จนไฟแดงตัด เปิดดูว่าชะอมของเรานั้นสีเหลืองสวยหรือยัง ถ้าสียังอ่อนอยู่สามารถปิดฝาอบต่อได้อีกรอบค่ะ เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะค่อย ๆ เอาช้อน ส้อมช่วยกันแซะวาฟเฟิลออกจากพิมพ์มาจัดจานให้สวยงาม เตรียมรับประทานคู่กับน้ำพริกกะปิได้เลยนะคะ

     วาฟเฟิลชะอมเสร็จแล้วเราหันมาตำน้ำพริกกันเลยค่ะ หงายครกมาแล้วใส่กะปิดีลงไปนะคะ ตามด้วยเกลือป่น ½ ช้อนค่ะโขลกให้เข้ากันแล้วใส่กระเทียมลงไปตำให้เป็นเนื้อเดียวกับกะปินะคะ จากนั้นก็ตามด้วยน้ำตาลปี๊บตำไปค่ะ  ตอนนี้กลิ่นกะปิกับกระเทียมจะโชยขึ้นมายั่วน้ำลายแล้วนะคะ เราใส่พริกขี้หนูสวนลงไปตำเลยค่ะบุเบา ๆ นะคะเดี๋ยวพริกจะกระเด็นเข้าตา เมื่อกลิ่นพริกขี้หนูสวนที่ถูกบุโชยเข้าจมูกแล้วเราใส่มะเขือพวงลงไปค่ะ ตามชอบเลยนะคะ มะเขือพวงนี่จะช่วยให้เรารับประทานน้ำพริกได้สนุกขึ้นเพราะรสชาติของกะปิที่เข้าไปซึมอยู่ในเนื้อมะเขือพวงนี่อร่อยอย่าบอกใครเชียวนะคะ พอตำได้ที่แล้วผ่ามะนาวบีบลงไปค่ะ คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วตักใส่ถ้วย โบราณเค้าจะเอาเปลือกมะนาวเช็ดน้ำพริกปาดลงถ้วยให้เกลี้ยงครกนะคะ จากนั้นเอาน้ำปลาดีใส่ลงไปกลั้วในครกแล้วนำมาเทใส่น้ำพริกในถ้วย ใช้ช้อนคนจนเข้ากันแล้วชิมรสดูตามชอบใจนะคะ คราวนี้เราก็จะมีน้ำพริกกะปิอร่อย ๆไว้รับประทานกับวาฟเฟิลชะอมแล้วค่ะ

     ความรู้คู่เมนูอร่อย

     ผักหละ  อม ผักขา  พูซูเต๊าะ โพซุยโดะ  เหล่านี้คือชื่อของผักพื้นบ้านที่เราคุ้นเคยกันในนาม ชะอม นั่นเอง ต้นชะอมเป็นไม้พุ่มขนาดย่อม ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่เกิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ที่อื่นจะมีหรือเปล่ายังไม่ปรากฏ ลักษณะลำต้นและกิ่งก้านจะมีหนามแหลม ในส่วนของใบนั้นเป็นใบประกอบสีเขียวขนาดเล็ก มีก้านใบแยกแตกออกมาจากแกนกลางใบ ซึ่งใบอ่อนจะมีกลิ่นฉุน ชะอมนั้นมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ  ยอดชะอมช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ ผักรสมันอย่างชะอมนี้จัดเป็นยาอายุวัฒนะ มีส่วนช่วยบำรุงเส้นเอ็นและเป็นพืชที่ออกฤทธิ์ช่วยในการขับถ่ายอีกด้วย 

ผัดเปรี้ยวหวานกุ้งสด

     ถ้าจะพูดถึงเมนูอร่อยที่มีรสชาติที่หลากหลาย ให้ความสดชื่น ทุกครั้งที่รับประทานก็คงจะหนีไม่พ้น เมนูผัดเปรี้ยวหวานนั่นเอง เมนูนี้เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนในครอบครัว มีสีสันที่สวยงามชวนรับประทาน และยังประกอบไปด้วยวัตถุดิบหลักที่มีคุณค่าทางอาหารเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยอีกด้วย สำหรับวัตถุดิบหลักที่ทำให้รู้สึกอยากทำผัดเปรี้ยวหวานนั้นจะเป็นอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่สับปะรด ผลไม้ยอดนิยมของคนไทยเรานั่นเอง รอง ๆ จากนั้นมาน่าจะเป็นแตงกวา หัวหอมใหญ่ มะเขือเทศ และพริกหวาน หากเราคิดถึงเมนูผัดเปรี้ยวหวานตามโรงอาหารโรงเรียนตอนเด็ก ๆ เราก็คงจะหลับตาเห็นภาพผัดเปรี้ยวหวานไส้กรอกสีชมพูออกแดงเนื่องจากป้าแม่ครัวนำเอาซอสแดงที่ใช้ทำเย็นตาโฟมาทำผัดเปรี้ยวหวานนั่นเอง  หากไปสั่งเมนูผัดเปรี้ยวหวานนี้ตามภัตตาคารจีน กุ๊กจีนเค้าก็จะนำเอาเนื้อสัตว์ เช่น กุ้ง ปลา ปลาหมึกมาชุบแป้งทอดก่อนแล้วจึงนำมาคลุกเคล้ากับเครื่องเปรี้ยวหวานก็ได้รสอร่อยไปอีกแบบหนึ่ง สำหรับเมนูผัดเปรี้ยวหวานกุ้งสดที่เราจะทำกันนี้ มีเคล็ดลับ กันกุ้งสด กลายเป็นกุ้งหดอยู่นิดนึงค่ะ คือเราต้องนำกุ้งที่ปอกเปลือกผ่าหลังเรียบร้อยแล้วไปลวกก่อนรับรอง กุ้งจะไม่หดอย่างแน่นอนค่ะ มาลงมือเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงกันเลยนะคะ

     วัตถุดิบผัดเปรี้ยวหวานกุ้งสด

                      กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลังลวก                                300      กรัม

                      สับปะรดหั่นชิ้นพอคำ                                                1      ลูก

                      มะเขือเทศราชินีลูกเล็ก                                         100      กรัม

                      แตงกวาหั่นไม่ต้องปอกเปลือก                                   5      ลูก

                      หอมหัวใหญ่หั่น                                                        2      หัว

                      พริกหวานหั่น                                                            1      ลูก

 

     เครื่องปรุง

                      เนยสด                                                                     2      ช้อนโต๊ะ

                      ซอสมะเขือเทศ                                                         5      ช้อนโต๊ะ

                      ซอสปรุงรส                                                               2      ช้อนโต๊ะ

                      น้ำตาลทราย                                                             1      ช้อนโต๊ะ

     เมื่อจัดการกับวัตถุดิบและเตรียมเครื่องปรุงเรียบร้อยแล้ว เราก็มาเริ่มลงมือทำผัดเปรี้ยวหวานกันเลยนะคะ  ตั้งกระทะแล้วใส่เนยสดลงไป ใช้ไฟอ่อนนะคะไม่อย่างนั้นเนยจะไหม้และดำค่ะ เมื่อเนยละลายเรียบร้อยแล้วใส่หอมใหญ่ลงไป ปรับไฟกลาง ผัดให้สุกและมีเนื้อใส  แล้วเราก็ใส่แตงกวา สับปะรด มะเขือเทศ พริกหวานลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่เครื่องปรุงรส ซอสมะเขือเทศ ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวและหวานตามชอบ เมื่อชิมรสได้ที่แล้วใส่กุ้งที่เราลวกแล้วลงไป  ผัดเคล้าให้น้ำผัดเดือดซึมเข้าไปในเนื้อกุ้ง ตักใส่จานเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือจะรับประทานกับพาสต้าก็อร่อยค่ะ ที่นำเนยมาผัดแทนน้ำมันในสูตรนี้ก็เพราะว่าสับปะรดนั้นเมื่อไปเจอกับเนยในกระทะจะมีรสชาติที่อร่อยและหอมชวนรับประทานมากค่ะ แต่ถ้าใครไม่ชอบเนยก็เปลี่ยนเป็นน้ำมันหมู หรือน้ำมันพืชก็ได้นะคะ

     ความรู้คู่เมนูเด็ด

     มะนัด  มะขะนัด  บ่อนัด บักนัด  ย่านัด ขนุนทอง เหล่านี้คือชื่อของสับปะรด ผลไม้หลายตารสชาติอร่อยที่เราคุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะจิ้มพริกกะเกลือ  สับปะรดกวน แกงคั่ว ต้มจืดกับหมูสามชั้น ผัดเปรี้ยวหวาน หรืออื่น ๆ อีกมากมาย ว่ากันว่าสับปะรดนั้นไม่ใช่ไม้ท้องถิ่นของบ้านเรา หากแต่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ ส่วนจะเดินทางมางอกงามที่บ้านเราได้อย่างไรนั้นเป็นเรื่องไม่ควรสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะคงจะเหนื่อยกับการค้นคว้าเป็นอันมาก เอาเป็นว่าในปัจจุบันนี้ สับปะรดก็ได้มาเป็นผลไม้เศรษฐกิจของบ้านเราอย่างจริงแท้และแน่นอน แหล่งที่ปลูกสับปะรดในประเทศไทยก็จะมีที่ ประจวบคีรีขันธ์  เพชรบุรี ชลบุรี อุตรดิตถ์ ลำปาง พิษณุโลก เชียงราย พันธุ์สับปะรดที่เรานิยมปลูกและนิยมรับประทานกันนั้นก็ได้แก่ พันธุ์ปัตตาเวีย (หรือที่เรียกกันว่าสับปะรดศรีราชา มีผลใหญ่ เนื้อฉ่ำ สีเหลืองอ่อน) พันธุ์อินทรชิต พันธุ์ภูเก็ต (ผลเล็กเปลือกหนา เนื้อเหลือง หวานกรอบ) พันธุ์นางแล เป็นต้น เจ้าผลไม้เนื้อเหลืองรสเปรี้ยวหวานชุ่มคอนี้ ถือว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพกับเค้าด้วยเหมือนกัน เพราะเจ้าผลไม้ชนิดนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่าง ๆ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น คาร์โบไฮเดรต  วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม โพแทสเซียม แมกนิเซียม สังกะสี แมงกานีส ฟอสฟอรัส และเหล็กเป็นต้น สำหรับสรรพคุณทางยา หรือทางสมุนไพรนั้น สับปะรดช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย เช่น ช่วยบรรเทาหนองในแผลสด ขับปัสสาวะ และโรคนิ่ว โรคบิดเป็นต้น

บัวลอยหลากสี

     บัวลอยขนมหวานแห่งความหลังในวันเยาว์วัย ตอนค่ำ ๆ จะมีแม่ค้าเปิดร้านบัวลอยไข่หวานมาขายตามตลาดโต้รุ่ง และที่น่าแปลกคือแม่ค้าบัวลอยไข่หวาน จะมีรูปร่างหน้าตาสะสวยกันทุกคน แต่ในยุคก่อนบัวลอยไม่ได้มีสีสันสดใสอย่างในปัจจุบัน ขนมในสมัยนั้นเม็ดบัวลอยจะมีสีชาวขุ่นกลมมีขนาดใหญ่กว่าบัวลอยในยุคปัจจุบัน และเมื่อเวลาผ่านพ้นไปกระแสของการนำสีจากธรรมชาติมาใช้เพิ่มสีสันให้กับขนมไทย บัวลอยในยุคปัจจุบันจึงมีสีสวยงามราวลูกกวาด ซึ่งสีเหล่านี้ได้มาจากพืชธรรมชาติ สีเขียวจากใบเตย สีฟ้าจากดอกอัญชัน สีชมพูจากฝาง สีเหลืองจากฟักทองนั่นเอง 

     การทำขนมบัวลอยนั้นคือเป็นกิจกรรมครอบครัวที่แสนสนุกสนานสำหรับบ้านที่มีลูกหลานหลายคนมานั่งล้อมวงกันปั้นแป้งเป็นเม็ดบัวลอยหลากสีสัน มาช่วยกันต้มแป้งช้อนบัวลอยใส่น้ำกะทิที่ปรุงแล้ว บางคนก็ตอกไข่นกกระทาใบจิ๋ว ใส่ลงไปในกะทิทำไข่หวานแสนอร่อย หากคุณหลับตาเห็นภาพกิจกรรมอันแสนสุขนี้ในครอบครัวคุณ  ก็สามารถทำให้เป็นเรื่องจริงได้เลย เรามาเตรียมวัตถุดิบกันค่ะ

     วัตถุดิบบัวลอยหลากสี

                     แป้งข้าวเหนียว                                            4      ถ้วยตวง

                     แป้งมันสำปะหลัง                                         1      ถ้วยตวง

                     กะทิอุ่น ๆ                                                    2      ถ้วยตวง

                     น้ำใบเตยเข้มข้น                                          2      ช้อนโต๊ะ

                     น้ำอัญชันเข้มข้น                                          2      ช้อนโต๊ะ

                     น้ำดอกบานไม่รู้โรยเข้มข้น                            2      ช้อนโต๊ะ

                     ฟักทองต้มบดละเอียด                               1/2      ถ้วยตวง

                     กะทิ                                                           6      ถ้วยตวง

                     น้ำตาลทราย                                              ½       ถ้วยตวง

                     น้ำตาลปี๊บ                                                   4      ช้อนโต๊ะ

                     เกลือป่น                                                      2      ช้อนชา

                     ใบเตยสดมัดเป็นกำ                                      8      ใบ

     เมื่อเตรียมวัตถุดิบเรียบร้อยแล้ว เรามาทำแป้งหลากสีกันก่อนนะคะ แป้งสีแรกเราเลือกทำบัวลอยฟักทองก่อนโดยนำฟักทองบดมาผสมกับแป้งข้าวเหนียว  1 ถ้วยตวง กะทิ ¼ ถ้วยตวง นำมานวดเข้าด้วยกันหากเนื้อแป้งแห้งไปให้ค่อย ๆ เติมกะทิลงไปอีกนวดจนแป้งปั้นได้ไม่ติดมือ เอาผ้าขาวบางชุบน้ำบิดให้หมาดคลุมไว้ และต่อด้วยแป้งสีอื่น ๆ โดยทำแป้งขาว ด้วยการเทแป้งข้าวเหนียวที่เหลือลงไปในอ่างผสม ตามด้วยแป้งมัน นวดแป้งผสมน้ำกะทิให้เข้ากันจนแป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นจึงนำแป้งมาแบ่งเท่า ๆ กัน นวดผสมกับน้ำใบเตย ส่วนหนึ่ง  ผสมกับน้ำอัญชันส่วนหนึ่ง และผสมกับน้ำบานไม่รู้โรยอีกส่วนหนึ่ง แล้วนำแป้งที่ทำไว้แล้วทั้งหมดมาปั้นเป็นเม็ดบัวลอย เมื่อเสร็จแล้วให้เอาผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดคลุมไว้ไม่ให้แป้งกระด้าง

     จากนั้นเตรียมผสมน้ำกะทิ โดยใส่กะทิลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ นำใบเตยใส่ลงไป พอร้อนใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เกลือป่น ลงไปต้มพอเดือดปุด ๆ ยกลงช้อนใบเตยออก หากต้องการทำไข่หวานให้ตอกไข่ไก่ หรือไข่นกกระทาลงในน้ำกะทิ ตั้งไฟอ่อน รอจนไข่สุกตักขึ้น รอไว้ใส่บัวลอย

     น้ำหม้อใส่น้ำตั้งเตาให้เดือด เมื่อน้ำเดือดแล้วให้หรี่ไฟ แล้วทยอยใส่เม็ดบัวลอยลงไป  เอาทัพพีช้อนเม็ดแป้งที่ลอยขึ้นมาตักใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ ใส่ไข่หวาน รับประทานได้เลยค่ะ ขนมบัวลอยนี้นิยมรับประทานเป็นของหวานหลังอาหารมื้อค่ำ บางท่านจะทุบชิงแก่ลงไปในน้ำกะทิด้วย ว่ากันว่าจะช่วยทำให้สบายท้อง

     ความรู้คู่เมนูอร่อย

     เนื่องจากเมนูของเราเป็นบัวลอยหลากสี ซึ่งสีสันของบัวลอยนำมาจากพืชพันธุ์ธรรมชาติ จึงเห็นว่าเราควรจะมาเรียนรู้เรื่องราวของสีสันที่นำมาผสมอาหารคาวหวานจากพืชพันธุ์กัน  

     สีแรกที่คุ้นเคยเลยนั่นก็คือ สีเขียวจากใบเตยนั่นเอง เราใช้วิธีการนำใบเตยมาล้างทำความสะอาดหัวจรดปลาย หั่นเป็นฝอย ปั่นกับน้ำสะอาดกรองด้วยผ้าขาวบาง หากอยากให้สีเขียวเข้ม ให้นำน้ำใบเตยไปปั่นกับใบเตยที่เหลือ 1 รอบ จะได้สีของใบเตยที่เข้มขึ้น มีสีสวยกว่าปั่นครั้งเดียว 

     สีม่วงจากดอกอัญชัน  เพียงแค่เราเลือกดอกอัญชันสด ๆ ไม่เหี่ยว นำมาล้างให้สะอาด ขยำเบา ๆ กับน้ำเล็กน้อยแล้วกรอง จะได้สีน้ำเงิน หากอยากได้สีฟ้า ให้ผสมน้ำเพิ่ม และถ้าอยากได้สีม่วงให้ใส่น้ำมะนาวลงไปเล็กน้อยจนได้สีม่วงตามต้องการ

     สีชมพูจากดอกบานไม่รู้โรย เพียงแค่เรานำดอกบานไม่รู้โรยมาล้างให้สะอาด แล้วต้มในน้ำเดือด จนน้ำสีจากดอก ออกมา นำมากรองแล้วจึงทิ้งให้เย็นสนิท ก่อนนำไปใช้งาน

     เพียงแค่นี้เราก็จะมีสีเอาไว้ใช้ปรุงแต่งอาหารและขนมให้น่ารับประทานโดยปราศจากสารเคมีได้อย่างมั่นใจแล้วนะคะ

น้ำพริกปลาทู

     กล่าวกันว่าเมนูน้ำพริกนั้นเป็นเมนูที่อยู่เคียงคู่กับสังคมไทยมาอย่างยืนยาว ตั้งแต่สมัยโบราณกาล และหากจะให้เราคิดถึงเครื่องเคียงที่ใช้รับประทานกับน้ำพริกแล้ว ปลาทูก็ต้องมาเป็นอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน แต่เราจะไม่เพียงนำปลาทูมารับประทานกับน้ำพริกเท่านั้น เมนูเด็ดของเราในคราวนี้ เราจะรับประทานปลาทูกันอย่างเต็มรสด้วยการนำปลาทูมาโขลกทำน้ำพริก เครื่องเคราที่ใช้นั้นนอกจากเนื้อปลาทูทอดจนกรอบแล้ว ยังมีหอมเผา กระเทียมเผา ข่าเผา และพริกขี้หนูเผาอีกด้วย เพียงแค่เครื่องปรุงก็เชื่อว่าจะเรียกน้ำลายออกมารอตรงมุมปากได้แล้ว อย่ากระนั้นเลยหงายครกยกสาก มาเตรียมโขลกน้ำพริกปลาทูเมนูเด็ดกันดีกว่านะคะ

     วัตถุดิบน้ำพริกปลาทู

                 ปลาทูแกะเอาแต่เนื้อทอดกรอบ                                            6       ตัว

                 พริกจินดาสีแดงเสียบไม้เผา                                               15       เม็ด

                 กระเทียมเสียบไม้เผา                                                        20       กลีบ

                 หัวหอมเสียบไม้เผา                                                             5       หัว

                 ข่าแก่หั่นแว่นเสียบไม่เผา                                                     5       ชิ้น

     เครื่องปรุงน้ำพริกปลาทู

                 น้ำปลาดี                                                                             1       ช้อนโต๊ะ

                 น้ำมะนาว                                                                            2       ลูก

     เครื่องเคียงน้ำพริกปลาทู

                 ไข่ต้ม                                                                                 6       ฟอง

                  ผักสดตามชอบ

 

     เตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงเรียบร้อยแล้วเรามาตำน้ำพริกกันเลยนะคะ ขั้นแรกเราใส่เครื่องเผาอันประกอบด้วย พริกเผา หอมเผา กระเทียมเผา และข่าเผาลงไปโขลกในครกก่อนนะคะ พอโขลกแหลได้ที่แล้วจึงใส่เนื้อปลาทูทอดลงไปโขลกให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลาดีและน้ำมะนาว ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงได้เลยค่ะ  นอกจากจะรับประทานเป็นแบบน้ำพริกแห้งอย่างนี้แล้ว เมนูนี้เรายังสามารถที่จะดัดแปลงเป็นเมนูป่นปลาทูได้อีกด้วยนะคะ เพียงแค่เราเกรอะน้ำปลาร้าใส่ลงไป การเกรอะน้ำปลาร้า คือการนำเอาปลาร้าปลากระดี่มาต้มในน้ำใส่ตะไคร้ทุบ และใบมะกรูดลงไป ต้มพอปลาร้าเปื่อยนำมากรองเอาแต่น้ำไปผสมกับน้ำพริกปลาทูที่โขลกปรุงรสไว้ก็จะได้เมนูป่นปลาร้า อันเป็นเมนูยอดนิยมของชาวอีสานได้อีกด้วยนะคะ

     ความรู้คู่เมนูอร่อย

     เมื่อปลาทูเป็นพระเอกของเราในเมนูนี้ เราก็คงต้องนำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับปลาทู มาเล่าสู่กันฟังนะคะ แต่คงจะไม่แนะนำให้ทุกท่านรู้จักปลาทูหรอกเพราะเชื่อว่า เราท่านต่างคุ้นเคยกับปลาทูกันดี แต่สิ่งที่จะนำมาบอกเล่าในที่นี้ นั่นก็คือ คุณเชื่อหรือไม่ว่าอีกไม่นานปลาทูจะสูญพันธุ์ เราจะไม่มีปลาทูกินกันแล้ว นี่เป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยที่ปลาทูอยู่ทะเล ของเราจะไม่มีให้เราได้เห็นอีกแล้ว ทุกวันนี้ถ้าเราสังเกตให้ดี ๆ ตามท้องตลาดจะเห็นว่ามีปลาทูตัวโต ๆ มาขายวางเคียงข้างกับปลาทูแมวหน้างอคอหักที่เราคุ้นเคย หากลองก้มหน้าไปทักทายปลาทูตัวใหญ่ในเข่งเป็นภาษาไทย มันอาจจะตอบคุณมาเป็นภาษาต่างด้าวก็ได้ เพราะเจ้าปลาทูพวกนี้เป็นปลาอิมพอร์ต มาจากต่างประเทศ อาทิเช่น มาเลเซีย  โอมาน บังคลาเทศและอินเดีย หรือที่พ่อค้าแม่ค้าเค้าเรียกกันว่าปลาทูแขกนั่นแหละค่ะ แต่แล้วคุณก็ควรจะรู้เอาไว้ด้วยว่า ปลาทูไทยได้รับการพิสูจน์ทางโภชนาการมาแล้วว่ามีไขมันดี เทียบเท่าไขมันในเนื้อปลาแซลมอน และปลาทูน่า ซึ่งไขมันดีนี้แหละจะช่วงป้องกันไม่ให้เราเป็นโรคหัวใจได้ด้วย เหตุที่ทำให้ปลาทูไทยจะสูญพันธุ์ก็เพราะว่าได้มีการปล่อยให้เรือปลากะตักจับลูกปลาทู ทำให้ลูกปลาทูต้องตายก่อนวัยอันสมควร แทนที่ลูกปลาทู 1 ตันจะกลายเป็นปลาทูตัวโตเต็มวัยได้ถึง 3-4 ตันในวันหน้า ถือเป็นการเสียโอกาสอย่างยิ่งหากเราไม่เร่งปกป้องลูกปลาทูไทย ซึ่งขณะนี้รัฐบาลมีมาตรการทางกฎหมายเข้มข้น มีการบังคับใช้ พ.ร.ก.ประมง ส่งผลให้เรือประมงพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด แต่เรือประมงอีกกลุ่มซึ่งควรปฏิบัติตามกฎหมาย หากแต่ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ทั้งหมด เนื่องจากข้ออ้างนานาประการและได้พบว่าหลาย ๆ อย่างส่งผลเสีย เช่น ไม่สามารถสำรวจตัวเลขที่แท้จริงได้  มีการใช้อวนที่มีความยาวขึ้น บางรายยาวนับกิโลเมตร และใช้เครื่องจักรเข้ามาทำงานแทนแรงงาน นี่คือเหตุที่ปลาทูไทยจะหายไปจากสำรับอาหารบ้านเรา