ไปฟอกปอดที่แม่กำปอง

      แม่กำปอง เราได้ยินคำนี้ครั้งแรกจากพี่สะใภ้ของสามี ที่เป็นคนเชียงใหม่มาชวนให้ไปเที่ยว พี่บอกว่าไปซื้อที่ปลูกบ้านอยู่ที่นั่นและวิวสวยงามมาก และจะเปิดร้านกาแฟริมน้ำตก ที่มีบรรยากาศดีงามจุดหนึ่งบนแม่กำปอง พี่เค้ามาชวนครั้งแรก แล้วเมี่อมากรุงเทพฯ ทีไรก็มาชวนให้ไปแอ่วซะทุกที จนกระทั่งวันหนึ่งฤกษ์งามยามดีต้องไปทำงานที่เชียงใหม่จึงวางแผนไปล่วงหน้าสักสองวันเรียกว่าเที่ยวก่อนแล้วค่อยทำงาน เริ่มต้นด้วยการเดินทางด้วยเครื่องบินเที่ยวเช้าสุดถึงเชียงใหม่ เจ็ดโมงกว่า ๆ นิดนึง หลานขับรถมารับแล้วพาเราขับออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ มาตามถนนตัดใหม่ สันกำแพง – แม่ออน ขับตรงไปเรื่อย ๆ ประมาณชั่วโมงเศษ ๆ ขอบอกว่าถนนดีงาม แต่ต้องใช้ฝีมือและความคุ้นเคยในการขับรถพอสมควรเพราะบางช่วงจะมีความโค้งและคดเคี้ยว ก่อนจะถึงทางเข้าบ้านแม่กำปอง คุณหลานรู้ใจคุณอาพาแวะ ที่โครงการหลวงตีนตก เดินชมกล้วยไม้งามและเข้าห้องน้ำพอสังเขป 

      แล้วหลานก็พาแวะร้านกาแฟเดอะไจแอนท์ เราก็พาซื่อถามหลานไป ว่า “เราก็มีร้านกาแฟของเราอยู่แล้วจะให้อาแวะทำไม?” หลานก็บอกแค่ว่า “ลงไปเถอะครับแล้วจะประทับใจ” เมื่อลงไปสัมผัสบรรยากาศแล้วก็ต้องขอบใจคุณหลานมาก ๆ เพราะร้านกาแฟเดอะไจแอนท์นอกจากกาแฟไม่ธรรมดาแล้ว บริบทโดยรอบของร้านจัดขึ้นเพื่อท้าทายลูกค้าสายผจญภัยโดยเฉพาะจริง ๆ โดยเฉพาะตรงสะพานลิงที่ให้เดินดึ๋ง ๆ แล้วยังมีกิจกรรมโหนสลิงท้าทายข้อแขนอีก เป็นไฮไลต์อีกอย่างที่เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวจีนนั่นคือเครื่องเล่นลอยตัวโหนสลิงไป ใครชอบความสนุกความเสียวและไม่กลัวความสูง ไม่น่าพลาด  ขอบอกเลยค่ะว่าที่นี่สมควรแวะเช็คอินสุดๆ 

      เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศร้านกาแฟสุดว้าวกันพอสังเขปแล้วคุณหลานก็พาคุณอาซิ่งขึ้นดอย แล้วเราก็ได้มาเยือนลุงปุ๊ด ป้าเป็งเสียที ร้านนี้แหละค่ะเป็นร้านที่พี่สะใภ้ขยันหมั่นชวนให้มาเยือน มีทั้งส่วนของร้านกาแฟและโฮมสเตย์ ขอบอกว่าบรรยากาศของร้านร่มรื่นมาก ถึงมากที่สุด (ไม่ได้อวยกันเองนะคะ) แนะนำว่าสั่งกาแฟแล้วควรจะไปนั่งด้านหลังร้านที่ติดลำธาร น้ำจากลำธารนี้ไหลมาจากน้ำตกแม่กำปอง สวยและเย็นสบายจนอยากจะหลับ จนหลานต้องมาเรียกไปรับประทานอาหาร สำหรับมื้อกลางวัน หลานจัดข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่มไส้อั่วและตำบะหนุน มาต้อนรับ ขอบอกว่าอร่อยจริงจัง กินเสร็จนั่งเม้าอย่างเพลิดเพลินจนเย็น คุณหลานตัวดีลากมาขึ้นรถบอกว่าจะพาไปดูพระอาทิตย์ตกดิน

      หลานพาขับรถมาที่กิ่วฝิ่น ไปที่จุดชมวิวแต่คุณหลานไม่ได้หยุดแค่นั้นค่า คุณเค้าลากอิชั้นเดินไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมงตามทางเดินเข้าด้านในจากลานชมวิว ฟ้าก็เริ่มค่อย ๆ มืดลงแต่วิวพระอาทิตย์ตกที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาฉันแทบจะลืมหายใจ ขากลับคุณหลานก็ลากกลับออกมาอย่างทุลักทุเลเช่นเดิมเพราะฉันยืนยันจะยืนส่งพระอาทิตย์อยู่ตรงนี้จนลับขอบฟ้า พอออกมาก็มืดสิคะ

      กลับมาถึงลุงปุ๊ด ป้าเป็งก็รับประทานอาหารค่ำ เพียบแปล้ เพราะพอญาติ ๆ ทราบว่ามาก็จัดเอาของอร่อยขึ้นมาเทียบกันเต็มไปหมดไม่เว้นแม้แต่ซี่โครงสะพานโค้งร้านโอ้กะจู๋ คิดดูก็แล้วกัน เม้าไปกินไปจนง่วงก็ขอตัวไปนอนให้หริ่ง หรีด เรไรขับกล่อม เพื่อพรุ่งนี้เช้าคุณหลานจะพาลุยต่อ

      รุ่งเช้าคุณหลานมาเคาะห้อง คุณอาแต่งตัวเตรียมพร้อมออกมานั่งจิบกาแฟกับอาหารเช้าแบบสบาย ๆ แล้วก็ขึ้นรถ แต่คุณหลานบอกไม่ต้องขึ้นรถหรอกเดินกันเถิดคุณอา น้ำตกแม่กำปองอยู่ห่างจากร้านเราไปหน่อยเดียว ค่ะหน่อยเดียวแต่เป็นหน่อยเดียวที่ลำบากในการเดินมาก เนื่องจากแม่กำปองเป็นที่ ที่ไม่มีไหล่ทางเพราะฉะนั้นเวลาเดินควรเดินเรียงเดี่ยว มิฉะนั้นจะโดนรถเฉี่ยวตรูดเอาได้นะคะ ชื่นชมน้ำตกจนชื่นใจแล้วก็เข้าวัดค่ะ

      วัดที่อยู่ใกล้น้ำตกมีชื่อว่า วัดคันธาพฤกษา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ควรเยี่ยมชมเป็นอย่างมากเมื่อคุณมาแม่กำปอง วัดนี้มีอายุยืนยาวมากว่า 86 ปี ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนได้ยินเสียงน้ำไหลรินตลอดเวลา คงจะเป็นการวางตำแหน่งที่ดีนั่นเอง แล้วคุณหลานก็ลากดิฉันลงบันไดไต่หินไปที่พระอุโบสถกลางน้ำค่ะ แม่เจ้าอะไรจะสงบงดงามปานนี้ ฉันเป็นคนที่ชอบสวดมนต์ให้พระประธานฟัง ไปวัดไหนมีโอกาสอยู่ในพระอุโบสถคนเดียวฉันก็จะเริ่มสวดมนต์ให้พระฟังพร้อมนั่งสมาธิถวายกุศลให้กับสรรพวิญญาณแถวนั้นอีกด้วย ขอบอกเลยว่าเป็นการสวดมนต์นั่งสมาธิในพระอุโบสถกลางน้ำที่ฟินมาก

      เมื่อชื่นชมธรรมชาติและไหว้พระเสร็จเรียบร้อยคุณหลานก็พาดิฉันเข้ามาส่งในเมืองเพื่อเตรียมพร้อมทำงานต่อ ขอบอกเลยว่าชาร์ตแบตมาเต็มขนาดนี้งานหนักแค่ไหนก็บ่อยั่นค่ะ

*** รูปภาพใช้เพื่อเป็นแนวทางในการหาภาพประกอบทำอาร์ตเวิร์กนะคะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *