เครื่องประดับจากแดนอาทิตย์อุทัย

      ถ้าพูดถึงเครื่องประดับจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว สาว ๆ คงจะคิดถึงแต่ไข่มุก เพราะญี่ปุ่นเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยเกาะแก่ง และติดทะเลซะเป็นส่วนใหญ่ หากแต่เพิ่งได้รับรู้ข้อมูลมาว่า ที่ จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนเล็กๆ ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ และเป็นอีกหนึ่งดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมติดอันดับของประเทศญี่ปุ่นแล้ว จังหวัดยามานาชิ ยังมีความสำคัญโดยเป็นศูนย์กลางการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงและได้การยอมรับจากตลาดผู้บริโภคในระดับสากล อันเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมของญี่ปุ่นให้เติบโตยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

      ตามข้อมูลทางเศรษฐกิจการส่งออก ภาคอุตสาหกรรมเครื่องประดับในดินแดนยามานาชิ ได้เริ่มต้นขึ้นในราวปี ค.ศ. 1800 จากการทำเหมืองควอตซ์ที่มีคุณภาพดีและมีความสมบูรณ์ของญี่ปุ่น โดยแร่ควอตซ์ใส   ที่ขุดได้ในพื้นที่นี้จะถูกนำไปเพิ่มมูลค่าโดยการเจียระไนและผลิตเป็นเครื่องประดับออกวางจำหน่าย ส่งผลให้กลายเป็นสินค้าสำคัญของดินแดนที่ได้รับความนิยมและทำให้ชื่อเสียงของดินแดนยามานาชิเริ่มเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ต่อมาได้มีการนำเอาพลอยสี ไข่มุกและควอตซ์ประเภทต่างๆ เข้ามาเจียระไนและผลิตเป็นเครื่องประดับตามสไตล์ของยามานาชิด้วย จนสินค้าที่ผลิตได้มีความหลากหลายและเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภคในวงกว้าง  

      กล่าวกันว่าดินแดนยามานาชิเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องประดับที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น โดยช่างฝีมือประจำท้องถิ่น ได้พัฒนาเทคนิคในการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับขึ้นมาจนมีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ได้แก่ การเจียระไนอัญมณีแบบโคชู และเทคนิคพิเศษในการผลิตเครื่องประดับด้วยโลหะมีค่า ทั้งนี้เราได้พบว่า ทุกกระบวนการผลิตของดินแดนยามานาชิล้วนอยู่ภายใต้กรอบแนวคิด “Monozukuri” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและการสร้างสรรค์ผลงานให้มีความโดดเด่นเป็นเลิศจนเกิดคุณค่าและการยอมรับจากผู้บริโภค 

      มารู้จัก“การเจียระไนแบบโคชู” กันเถอะ   การเจียระไนแบบนี้เป็นเทคนิคเฉพาะของดินแดนยามานาชิที่แตกต่างจากแหล่งผลิตอื่นๆ โดยวิธีการเจียระไนดังกล่าวต้องอาศัยประสาทรับรู้ทางเสียงและใช้ปลายนิ้วสัมผัสกับผลึกอัญมณีที่นำมาเจียระไน ซึ่งต้องอาศัยช่างฝีมือที่มีความละเอียดรอบคอบ แม่นยำ และมีประสบการณ์สั่งสมมานาน ทั้งนี้ กระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นจากการนำเอาผลึกอัญมณีมาเจียระไนให้ได้เหลี่ยมมุมที่ต้องการ ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะอยู่ที่ความมีมิติของเหลี่ยมมุมที่ทำให้เกิดเป็นลวดลายสวยงามเสมือนกับเป็นลวดลายจากธรรมชาติ ถัดจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการขัดโดยนำเอาอัญมณีติดไม้ทวนขัดบนแผ่นไม้เชลโควา  ซึ่งเป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น เพื่อขัดผิวให้เกิดความเงางามและเปล่งประกาย สำหรับในส่วนของการผลิตเครื่องประดับจากโลหะมีค่าตามแบบฉบับของดินแดนยามานาชิ คือ การใช้เทคนิคหล่อตัวเรือนให้ชิ้นงานมีน้ำหนักเบาซึ่งทำได้ยากกว่าการผลิตทั่วไป รวมทั้งมีการออกแบบรูปทรงของชิ้นงานโดยเลียนแบบลวดลายทางธรรมชาติแต่เพิ่มลูกเล่นให้ดูสวยงามแปลกตาขึ้น อย่างน่าอัศจรรย์

      ปัจจุบันเครื่องประดับที่ผลิตจากดินแดนยามานาชิมีอยู่หลากหลาย ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนมีจุดเด่นเป็นของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นจุดขายสำคัญที่ทำให้แตกต่างจากที่อื่น จนสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับแท้ที่มีสไตล์เรียบง่าย สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่แฝงไว้ด้วยลูกเล่นที่ทำให้เกิดความน่าสนใจในชิ้นงาน อัญมณีเจียระไนชนิดต่างๆ ตามเอกลักษณ์การเจียระไนแบบโคชู และหินแกะสลักคามิโอ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่แล้วสินค้าที่ผลิตออกมาจะมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เป็นผู้หญิงทำงานในช่วงอายุระหว่าง 20-40 ปี ซึ่งเป็นผู้มีกำลังซื้อและมีค่านิยมชื่นชอบการสวมใส่เครื่องประดับ

      สำหรับการค้าเครื่องประดับที่ผลิตจากดินแดนยามานาชิพบว่า นอกเหนือจากการค้าส่งเพื่อกระจายสินค้า ออกไปวางจำหน่ายตามหน้าร้านของแบรนด์ต่างๆ ภายในประเทศแล้ว ผู้ประกอบการท้องถิ่นยังดำเนินธุรกิจจำหน่ายโดยตรงภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ซึ่ง นอกจากนี้ เครื่องประดับที่ผลิตได้ยังสามารถส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศจีนและสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันผู้ประกอบการเครื่องประดับดินแดนยามานาชิได้พยายามขยายตลาดผู้บริโภคให้กว้างขึ้นไปอีก โดยพยายามเข้ามาประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักและดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคในตลาดยุโรปและตลาดอาเซียน ภายใต้คอนเซปต์เฉพาะตัวที่ยังคงเน้นเครื่องประดับที่มีความเรียบหรูดูเป็นธรรมชาติและแปลกใหม่ ด้วยราคาที่ผู้บริโภคทั่วไปจับต้องได้อันนี้สาว สาวที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเผื่อเวลาไปช้อปเครื่องประดับที่ยามานาชิบ้างนะคะ

*** รูปภาพใช้เพื่อเป็นแนวทางในการหาภาพประกอบทำอาร์ตเวิร์กนะคะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *