สไตล์ที่เป็นตัวคุณ

      สำหรับยุคปัจจุบันการเลือกเครื่องประดับมาหยิบใช้ในโอกาสต่าง ๆ เหมือนกับว่าไม่มีเทรนด์ตายตัว หากแต่น่าจะเป็นเครื่องประดับที่เลือกมาตามความพอใจของผู้ใช้มากกว่า หลายครั้งที่เราเจอแหวนเก๋ ๆ ที่ไม่ได้ใส่มานานจากก้นลิ้นชัก เมื่อหยิบมาใส่อีกครั้งก็สร้างความฮือฮาให้กับเพื่อนฝูงได้อย่าน่าอัศจรรย์ เพราะฉะนั้นเครื่องประดับเชิงสัญลักษณ์บางประเภท ที่เราเก็บไว้นานแสนนานอาจจะกลับมามีคุณค่าในวันนี้ก็เป็นได้นะคะ เรามาดูสัญลักษณ์ของสิ่งต่าง ๆ ที่นำมาใช้เป็นเครื่องประดับกันค่ะ

      อันดับหนึ่งสุดฮิตน่าจะได้แก่กุญแจ ซึ่งนิยามนำมาเป็นเครื่องประดับมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วนะคะ ว่ากันว่ากุญแจนี่เป็นเครื่องประดับแสดงอารมณ์ในยุคจอร์เจียนและยุควิกตอเรียน แล้วจากนั้นก็กลับมาใหม่ระหว่างยุคเอ็ดเวิร์ดเดียน กล่าวกันว่าในยุคนั้นมีกุญแจรูปแบบต่างๆ สำหรับเอาไว้ใช้ไขสายคล้อง แม่กุญแจ และกุญแจทองเอาไว้เปิดหีบเครื่องประดับของขุนนางผู้มั่งคั่งโดยซ่อนเอาไว้ในแหวนและล็อคเก็ต    นักออกแบบในแต่ละยุคก็ได้ตีความกุญแจออกมาในหลากหลายรูปแบบ มีการออกแบบกุญแจมาทุกรูปแบบ แต่กุญแจแบบไม่มีร่องที่ประดับด้วยเพชรและมรกตช่วยเพิ่มประกายให้งดงามและยังคงรักษาความหมายเดิมที่ว่า “ฉันมีกุญแจสู่หัวใจของคุณ” “คุณมีกุญแจสู่หัวใจของผม” หรือ “ปลดล็อคความรักในใจฉัน” ชิ้นงานเหล่านี้จะมีลักษณะของเครื่องประดับยุคก่อนและมีเสน่ห์ดึงดูด ล็อคเก็ตยังคงเป็นของชิ้นสำคัญในคอลเล็กชันเครื่องประดับของผู้หญิงซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยมันเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเก็บซ่อนสมบัติ ความลับ และรูปถ่ายของบุคคลอันเป็นที่รัก งานออกแบบในอดีตนั้นมักใช้ลวดลายที่มีความหมายและ/หรือสื่ออารมณ์แทบทุกรูปแบบที่เรานึกออก ดังนั้นจึงนับเป็นความท้าทายสำหรับนักออกแบบในปัจจุบันที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่มีเสน่ห์และดึงดูดความสนใจได้ Adam Foster ก็เป็นนักออกแบบรายหนึ่งที่ตอบรับความท้าทายนี้และผลงานชุด Constellation ของเขาก็นำเสนอลวดลายที่แกะสลักบนทองคำและอัญมณีที่เปล่งประกายสุกใสเหมือนดวงดาว นักออกแบบยังคงพยายามนำเครื่องประดับจากยุคอาร์ตเดโคกลับมาตีความใหม่โดยใส่ความคิดสร้างสรรค์และความร่วมสมัยลงไป Nikos Koulisเป็นผู้นำในด้านนี้ ชิ้นงานของเขาหยิบยืมรายละเอียดและแรงบันดาลใจจากรูปทรงเชิงเส้นที่เพรียวบางและลายเส้นเรขาคณิต แต่เขานำเอาคุณสมบัติแบบดั้งเดิมมาปรับปรุงเสียใหม่ แล้วเพิ่มมุมมองเฉพาะตัว ตลอดจนใช้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าผู้หญิงต้องการใส่เครื่องประดับแบบไหนในเวลานี้ โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือแหวนขนาดใหญ่ลงยาสีดำ 18 กะรัต ประดับด้วยเพชรรูปสามเหลี่ยมและเพิ่มรายละเอียดด้วยสายโซ่เส้นเล็กๆ

      เราจะได้ต่างหูซึ่งเคลื่อนไหว แกว่งไกว และเต้นระบำไปกับแสง อยู่บนติ่งหูของหญิงสาวไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ซึ่งขณะนี้กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ และยังได้เห็นต่างหูเส้น ต่างหูห่วง รวมถึงต่างหูเม็ดและต่างหูเลื้อยหลากหลายรูปแบบ ต่างหูเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ต่างหูระย้าเป็นต่างหูที่มาแรงที่สุด ความเคลื่อนไหวและรูปทรงที่สมดุลกันช่วยส่งเสริมความงามของอัญมณี ตลอดจนเพิ่มสีสันและชีวิตชีวาให้ใบหน้าและเครื่องแต่งกายของผู้หญิงด้วย

      สำหรับสาวที่มีสไตล์เป็นของตัวเองหลงรักความอินดี้ แหวนยิปซีหมายถึงแหวนที่มีอัญมณีเม็ดหลักหนึ่งเม็ดหรือมีอัญมณีเม็ดหลักสามเม็ดฝังเข้าไปในตัวเรือน ทำให้อัญมณีเป็นแนวราบเสมอกันกับตัวเรือนโลหะ แหวนประเภทนี้เริ่มได้รับความนิยมในยุควิกตอเรียนและกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในช่วงต้นยุคศตวรรษที่ 20 มีตำนานเล่าขานมาว่าชื่อแหวนมีที่มาจากการที่ผู้หญิงเดินทางผ่านพื้นที่ชนบทช่วงยุคศตวรรษที่ 19 พวกเธอกลัวว่าพวกยิปซีจะมาแงะเพชรพลอยไปจากตัวเรือนแหวนที่ตนเองสวมใส่ จึงหาวิธีเลี่ยงด้วยการฝังอัญมณีให้อยู่ลึกลงไปในตัวแหวนโดยไม่ใช้ก้านแหวน ในยุควิกตอเรียนจนมาถึงช่วงเปลี่ยนศตวรรษ แหวนเหล่านี้มักประดับด้วยเพชรเป็นหลัก และ/หรือ ด้วยอัญมณีชนิดอื่น ๆ  

      แล้วก็มาถึงสายสร้อยรูปทรงอมตะ นิรันกาล สายสร้อยแบบโซ่ที่ทำด้วยมือซึ่งให้น้ำหนักและสัมผัสคล้ายสายโซ่คล้องแบบโบราณและสามารถห้อยจี้หรือว่าใส่แต่สายสร้อยอย่างเดียวก็ได้นั้นนับเป็นเครื่องประดับที่ควรมีติดตู้เอาไว้ สายสร้อยประเภทนี้มีรูปแบบโบราณมากมายให้เลือก

*** รูปภาพใช้เพื่อเป็นแนวทางในการหาภาพประกอบทำอาร์ตเวิร์กนะคะ

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *